๙ เรื่องราวของปตท. กับการตามรอยเบื้องพระยุคลบาท

ตลอดระยะเวลากว่า ๗๐ ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ดูแลทุกข์สุขประชาชนในทุกด้าน พระองค์ทรงงานหนักและทุ่มเทพระวรกาย เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีอาชีพการงานรายได้ที่มั่นคง อีกทั้งยังหาหนทางให้ทุกคนสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งนับว่าเป็นความโชคดีของประชาชนชาวไทยที่ได้เกิดมาอยู่ใต้ร่มพระบารมีของพ่อหลวง

ตลอดมาบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงแต่น้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาใช้ในการบริหารงานเท่านั้น แต่ยังน้อมนำแนวพระราชดำริในหลายๆ เรื่องมาดำเนินงานและสร้างการขยายผลต่อไป เพราะบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มีภารกิจหลักในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ “ก้าวตามรอยเบื้องพระยุคลบาท” โดยน้อมนำแนวพระราชดำริด้านพลังงานและอีกหลายๆ เรื่องมาดำเนินงานและทำให้เกิดการขยายผลต่อไปกับประเทศไทยดังนี้

 

๑. น้ำมันแก๊สโซฮอล์
จุดเริ่มต้นของแก๊สโซฮอล์เกิดจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในขณะที่ประเทศกำลังประสบกับปัญหาวิกฤตการณ์ด้านราคาน้ำมันสูงมาก พระองค์จึงมีพระราชดำริให้โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ทำการศึกษาการนำอ้อยมาแปรรูปเป็นเอทานอลเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน จะได้แก้ไขปัญหาและช่วยส่งเสริมเกษตรกร โดยได้รับความร่วมมือจากหลายๆ หน่วยงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ที่ได้ร่วมศึกษาวิจยัและพัฒนาสูตรจนเป็นผลสำเร็จ และในปีพ.ศ. ๒๕๓๙ ปตท. ได้น้อมเกล้าฯ ถวายสถานีบริการแก๊สโซฮอล์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับรถยนต์ในโครงการส่วนพระองค์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์ และจัดทำโครงการนำร่องในการจัดจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์แก่ประชาชนทั่วไป ณ ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาสำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

 

๒. น้ำมันไบโอดีเซล
“…เดี๋ยวนี้กำลังพัฒนา ไบโอดีเซล เพราะว่าถ้าใช้ดีเซล เปลือง แล้วก็ดีเซลมันจะหมดโลกแล้ว แต่ไบโอดีเซลแบบฝรั่ง ๑๐๐% หมายความว่าไบโอเพียง ๑๐% เราไม่ยอม เราจะใช้ไบโอดีเซล ๑๐๐% หมายความว่า ดีเซลแบบไบโอ แบบพืชใช้ ๑๐๐%” จากพระราชดำรัสบางตอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา เกี่ยวกับพลังงานทดแทนไบโอดีเซล พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าบ้านเมืองเรานั้นเป็นประเทศเกษตรกรรม เลยมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงมองเห็นในอนาคตว่าอาจจะเกิดการขาดแคลนน้ำมัน จึงเริ่มมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเชื้อเพลิงชีวภาพของโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาขึ้นในปีพ.ศ. ๒๕๒๘ โดยการนำอ้อยมาผลิตแอลกอฮอล์ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๔๓ เริ่มการทดลองนำน้ำมันปาล์มมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ ดีเซล และกองทัพเรือโดยกรมอู่ทหารเรือก็ได้เริ่มต้นงานวิจัยพัฒนาด้านพลังงานทดแทนเพื่อผลิตไบโอดีเซลประสบผลสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยสามารถผลิตและนำน้ำมันไบโอดีเซล (B100) มาใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมกับก๊าซธรรมชาติได้ในพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์โดยสาร รถบรรทุก หรือเรือเวรข้ามฝาก เพื่อการขนส่งของกองทัพเรือ ซึ่งทาง ปตท. ก็ได้มีโอกาสร่วมกับกรมอู่ทหารเรือ ศึกษาและ
พัฒนาความเสถียรของน้ำมันไบโอดีเซล B100 จนทุกวันนี้น้ำมันดีเซลที่จัดจำหน่ายในปั๊มน้ำมัน ปตท. นั้นก็ เป็นน้ำมันไบโอดีเซลนั่นเอง

 

๓. พัฒนาระบบผลิตและสั่งจ่ายก๊าซชีวภาพ
บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ได้ร่วมกับชุมชนท่ามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี พัฒนาระบบผลิตและสั่งจ่ายก๊าซชีวภาพระดับชุมชนจากมูลสุกร เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งยังสร้างองค์ความรู้ด้านเทคนิคการก่อสร้างระบบท่อก๊าซชุมชนและความรู้ด้านเทคนิคการซ่อมบำรุงให้กับสมาชิกในชุมชนอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้สามารถผลิตก๊าซจากมูลสุกรส่งจ่ายเป็นเชื้อเพลิงได้ 130 ครัวเรือน ลดการใช้ก๊าซหุงต้ม 7,936 กิโลกรัมต่อปีเลยทีเดียว

 

๔. สนับสนุนเซลล์แสงอาทิตย์
ประเทศไทยเป็นประเทศที่เผชิญกับแสงแดดค่อนข้างสูง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงมีพระราชดำริที่จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าให้แก่พื้นที่ห่างไกลที่สายส่งไฟฟ้าไปไม่ถึง จากแนวพระราชดำรินี้ ทางปตท. จึงน้อมนำแนวคิดมาสนับสนุนเซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้เองร่วมกับชุมชน ต.ท่ามะนาว อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี

 

๕. การทํากังหันลม
นอกจากกังหันลมเพื่อการผลิตไฟฟ้าของพระราชดำริของพ่อหลวงแล้วนั้น ยังมีกังหันลมสูบน้ำ กังหันลมที่รับพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลม มาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานกล เพื่อใช้ในการชักหรือสูบน้ำจากที่ต่ำขึ้นสู่ที่สูง เพื่อใช้ในการเกษตร การทำนาเกลือ การอุปโภค และการบริโภค โดยทางปตท. ได้สนับสนุนให้ชาวบ้าน ต.ห้วยเขย่ง จ.กาญจนบุรี และต.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ นำความรู้ตรงนี้มาทดลองทำเป็นกังหันลม เพื่อใช้สูบน้ำขึ้นไปยังถังเก็บน้ำก่อนที่จะปล่อยให้กับพื้นที่การเกษตรแทนการใช้เครื่องจักรกลที่ใช้อยู่

 

๖. โครงการรักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง
เนื่องในปี ๒๕๕๐ ปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษาแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปตท. จึงถือเป็นปฐมฤกษ์ในการเปิดตัว “รักษ์ป่า สร้างคน ๘๔ ตำบล วิถีพอเพียง” โครงการที่น้อมนำแนวพระราชดำริเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมในตำบลต่างๆ โดยมีเป้าหมายขยายผลความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสร้างแหล่งความรู้ ทั้งการค้นหาความรู้ การฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น นำไปสู่การบันทึก วิเคราะห์ พัฒนาร่วมกับองค์ความรู้ใหม่ๆ ปรับให้สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตของ ๘๕ ชุมชนทั่วประเทศสู่เส้นทางสายพอเพียง เพื่อน้อมถวายในปี ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวโรกาสที่จะทรงเจริญพระชนมายุครบ ๗ รอบหรือ ๘๔ พรรษา

 

๗. การประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ประกอบด้วยมูลนิธิชัยพัฒนา กรมพัฒนาที่ดิน และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จัดประกวดการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อยกย่องเชิดชู รวมทั้งเผยแพร่ผลงานการใช้
ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมและขยายผลการใช้ประโยชน์ของหญ้าแฝกอย่างแพร่หลาย เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรดินและน้ำอย่างยั่งยืนอีกด้วย ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ ๑๐ ภายใต้หัวข้อ “๑ ทศวรรษ หญ้าแฝก V-STRONG Network มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

 

๘. พลังความดีเริ่มที่ตัวเรา
จากต้นแบบการทำความดีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทาง ปตท. จึงได้ตระหนักถึง
ความสำคัญของ “ความดี” ที่สามารถช่วยทำให้สังคมเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น จึงจัดแคมเปญ #พลังความดีเริ่มที่ตัวเรา ขึ้น เพื่อสืบสานพระราชปณิธานความดีและกระตุ้นจิตสำนึกให้คนไทยร่วมกันทำความดี แม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย อย่างน้อยก็ถือว่าได้ร่วมทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมด้วยกัน

 

๙. โครงการแยกแลกยิ้ม
พระราชดำรัสในการออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๒๙ ความตอนหนึ่งว่า “…ข้อสำคัญเราจะต้องรู้จักใช้ทรัพยากรทั้งนั้นอย่างฉลาด คือไม่นำมาทุ่มเทใช้ให้สิ้นเปลืองไปโดยไร้ประโยชน์ หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า…” ซึ่งข้อความข้างต้นไม่เพียงแต่เป็นพระราชดำรัสเท่านั้น แต่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติในชีวิตประจำวันให้เห็นเป็นตัวอย่าง ซึ่งทางโครงการ “แยก แลก ยิ้ม” ก็ได้เห็นถึงโอกาสของ “ขยะ” ที่ถ้าหากเราทุกคนช่วยแยกลงให้ถูกถัง ถูกประเภทนั้น จะสามารถนำเอาขยะเหล่านั้นไปหมุนเวียนสร้างประโยชน์ใหม่ได้มากมาย อีกทั้งยังสามารถช่วยลดปัญหามลพิษและเพิ่มรอยยิ้มให้กับชุมชนทั่วประเทศได้อีกด้วย

 

ขอบคุณข้อมูล
http://www.pttplc.com/th/Media-Center/Activity/Pages/news-2017-06-22-2.aspx
http://www.eppo.go.th/royal/m1700_0020.html
http://readaroundbyptt.com/vol4/king/
http://www.84tambonsforking.com
https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1403511523
https://www.thairath.co.th/content/1091359
http://www.pttplc.com/th/Media-Center/Energy-Knowledge/Documents/MD25%20knowledge02/ข้อมูลน้ำมันแก๊สโซฮอล์.pdf