5 วิถีท่องเที่ยวไทย ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

เผลอแปบเดียวก็จะใกล้ปีใหม่แล้ว หลายคนก็คงกำลังเตรียมตัวออกเดินทางไปพักผ่อนชาร์ตพลัง เชื่อว่าคนที่เคยเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศคงคิดเหมือนกันว่าเที่ยวที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าเมืองไทยบ้านเรา เพราะทั้งมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก ทะเล แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยไม่แพ้เมืองนอก อีกทั้งยังมีอาหารรสชาติแสนอร่อย สื่อสารภาษาเดียวกัน และยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย

 

เมื่อฤดูหนาวมาเยือน เรามักนึกถึงอากาศเย็นๆ บรรยากาศและวิวอันสวยสดงดงามของสถานที่ที่เที่ยวทางภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำปาง ฯลฯ แต่ที่จริงแล้วอีกหลากหลายจังหวัดในเมืองไทยก็มีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามพร้อมอากาศเย็นๆ ไม่แพ้กัน แต่การเยี่ยมชมแหล่งธรรมชาตินั้นนักท่องเที่ยวควรตระหนักถึงความยั่งยืนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้ความร่วมมือในการระมัดระวังในการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เข้ามาเยี่ยมชมในภายภาคหลัง วันนี้ ‘แยก แลก ยิ้ม’ จึงนำ 5 วิถีท่องเที่ยวไทยในฉบับนักท่องเที่ยวโลกสีเขียวที่ดูแล รักษา และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาฝากดังนี้

1. เดินทางด้วยพลังกาย
ในจังหวัดที่เราไปท่องเที่ยวนั้น บางครั้งสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันมากนัก การเดินทางด้วยรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์นั้นอาจจะสร้างมลพิษไม่มากก็น้อย แต่ถ้าหากเราเปลี่ยนมาเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยานแทน จะช่วยลดมลพิษและยังได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงไปในตัวอีกต่างหาก

2. เดินทางบนเส้นทางหลัก
เส้นทางศึกษาธรรมชาติบางเส้นมีไว้สำหรับเดินทางด้วยเท้าเท่านั้น ซึ่งถ้าเราขับรถเหยียบย่ำเข้าไปในพื้นที่ต้องห้าม จะทำให้ความอุดมสมบูรณ์และความสวยงามของธรรมชาตินั้นถูกทำลาย ดังนั้นเพื่อการมีส่วนร่วมช่วยกันดูแลนั้นควรตรวจเช็กให้ดีก่อนว่าสามารถขับรถเข้าไปได้หรือไม่

3. พักผ่อน ณ ที่พัก Eco-Friendly
ปัจจุบันนี้มีที่พักที่มุ่งดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ ซึ่งวัสดุในการก่อสร้างล้วนมาจากวัสดุพื้นถิ่นธรรมชาติ และเน้นออกแบบเพื่อการประหยัดพลังงานไปในตัว ทำให้นักท่องเที่ยวได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรักษ์โลกด้วยกัน และยังได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด

4. คิดว่าเป็นบ้านของเรา
หลายครั้งที่เดินทางไปพักผ่อน ณ ที่พักต่างๆ เราต่างชอบคิดว่าเสียเงินไปกับค่าที่พักแล้ว ดังนั้นต้องใช้บริการให้คุ้มค่ากับมูลค่าที่จ่ายไป แต่ถ้าหากมองกลับกันถ้าหากเราช่วยกันถอดปลั๊กไฟ ปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ชาร์ตแบต หรือเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้ระหว่างที่ไม่อยู่ห้องพัก จะสามารถช่วยกันประหยัดพลังงานและลดปัญหาโลกร้อน

5. เลือกทานอาหารพื้นเมือง
หนึ่งสิ่งสำคัญสำหรับประสบการณ์ท่องเที่ยวนั่นก็คืออาหารพื้นเมือง ซึ่งปัจจุบันนี้อาหารพื้นเมืองออร์แกนิค เป็นที่นิยมแพร่หลายกันมากในปัจจุบัน เพราะผลิตจากพืช ผัก และวัตถุดิบที่ปลูกเองโดยไร้สารเคมีในพื้นที่เกษตรกรรมใกล้เคียง นับว่าเป็นการรับประทานอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเพิ่มรายได้ให้กับแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย

 

นอกจากนั้นแล้วการไม่ทิ้งขยะตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เป็นสิ่งที่เราทุกคนควรตระหนักและให้ความร่วมมือเพื่อการดูแลความสวยงามของแหล่งธรรมชาติ แต่ถ้าหากมีขยะขึ้นมา ไม่ว่าจะจากสถานที่ท่องเที่ยวหรือระหว่างการเดินทาง ทุกท่านสามารถนำมาทิ้งลงให้ถูกถังกับโครงการ ‘แยก แลก ยิ้ม’ ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ที่อยู่เคียงข้างการเดินทางของท่าน เพื่อร่วมสร้างความสุขให้เกิดแก่ชุมชนโดยรอบปั๊ม และเทศกาลแห่งความสุข ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนท่องเที่ยวส่งท้ายปลายปี ทางโครงการ ‘แยก แลก ยิ้ม’ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัยโดยสวัสดิภาพ และพักผ่อนชาร์ตพลังความสุขให้เต็มที่ พร้อมสู้กันใหม่ในปีหน้า 2561

 

ขอบคุณข้อมูล
https://www.skyscanner.co.th/news/tips/easy-ways-for-eco-tourism/
http://www.thaihealth.or.th/Content/29981-5%20วิถีเที่ยวใหม่%20สไตล์%20‘Low%20Carbon’.html