“Low Carbon Tourism” แค่เที่ยวก็รักษ์โลกได้

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…การเที่ยวของเราอาจเป็นการทำลายโลกโดยไม่รู้ตัว”

อรูนิมา มาลิค นักวิจัยประจำมหาวิทยาลัยซิดนีย์และทีมได้ประเมินว่าทุกกิจกรรมการท่องเที่ยวก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกที่มีผลต่อโลกถึง 4,500 ล้านตันต่อปี และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกในอนาคต แล้วแบบนี้เราจะทำอย่างไรกันดีจะให้เลิกเที่ยวก็คงเป็นไปไม่ได้จริงไหม? มันก็เลยเกิดแนวคิดการเที่ยวแบบรักษ์โลกที่ชื่อ Low Carbon Tourism ขึ้น หรือก็คือการเที่ยวแบบทำกิจกรมมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ในหลายประเทศได้มีการรณรงค์ให้คนไปท่องเที่ยวแบบ Low Carbon Tourism มากขึ้น ส่วนประเทศไทยก็มีอยู่หลายพื้นเช่นกัน ที่จะเห็นได้ชัดที่สุดก็คือที่เกาะช้างและบริเวณเกาะใกล้เคียงที่มีการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon Holiday โดยจัดกิจกรรมต่างๆ มากมายทั้งปลูกปะการัง,ยิงเมล็ดพืซปลูกป่า,ปั่นจักรยาน,พายเรือคายัก,ปล่อยเต่า รวมไปถึงการรับประทานอาหารแนว Low Carbon Menu ที่ใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นมาทำอาหาร องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ร่วมกันวิจัยว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นช่วยลดก๊าซคาร์บอนไปได้มากกว่าการเที่ยวปกติถึง 56 % เลยทีเดียว

ข้อดีของการเที่ยวแบบ Low Carbon Tourism นอกจากจะช่วยลดคาร์บอนที่ไปทำลายชั้นบรรยากาศแล้ว เรายังได้สัมผัสกับธรรมชาติในรูปแบบที่ใกล้ชิดด้วยกิจกรรมแบบ Exclusive เฉพาะพื้นที่จริงๆ หากใครยังไม่เคยลองไปเที่ยวแบบ Low Carbon Tourism เราอยากให้ลองไปสัมผัสดูสักครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก :

http://www.thansettakij.com/content/85332

https://thestandard.co/low-carbon-tourism/