ขับรถลุยฝนยังไง…ให้ปลอดภัย ห่างไกลอุบัติเหตุ

เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ การขับรถยนต์ตามท้องถนนจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะฝนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมที่มีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน เนื่องจากฝนที่ตกลงมาเป็นเหตุให้ถนนลื่นจึงต้องใช้ระยะในการหยุดรถยาวกว่าปกติ อีกทั้งยังลดทัศนวิสัยในการมองเห็นของผู้ขับขี่อีกด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ วันนี้โครงการ ‘แยก แลก ยิ้ม’ เลยเอาเคล็ดลับการขับรถหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัยและห่างไกลจากอุบัติเหตุมาฝากกันครับ

shutterstock_467189234 copy
1. ต้องเตรียมสภาพรถยนต์ให้พร้อม
– ยางรถยนต์ : ดอกยางล้อรถต้องละเอียด และควรเติมลมยางให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ 2-3 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อให้หน้ายางแข็ง ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน การรีดน้ำ และการหยุดรถบนเส้นทางที่เปียกลื่นจะได้ดียิ่งขึ้น
– ที่ปัดน้ำฝน : ต้องใช้งานแล้วไม่เหลือคราบน้ำเกาะอยู่บนหน้ากระจกจนเสียทัศนวิสัย
– ระดับน้ำฉีดกระจก : หมั่นเติมให้พร้อมใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
– ระบบสัญญาณไฟ : ไม่ว่าจะเป็นไฟเลี้ยว ไฟหน้ารถ ไฟตัดหมอก ไฟฉุกเฉิน ฯลฯ ต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ไม่ชำรุดหรือเสียหาย
– ระบบเบรค : ควรเตรวจเช็คผ้าเบรคอย่างสม่ำเสมอว่าหมดอายุการใช้งานแล้วหรือยัง

2. ควรขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะได้ควบคุมรถยนต์ขณะขับได้อย่างสม่ำเสมอและป้องกันความเสี่ยงของรถที่อาจจะลื่นไถลออกนอกทิศทางได้

3. เปิดที่ปัดน้ำฝน โดยปรับระดับความเร็วให้เหมาะสมกับความแรงและปริมาณฝนที่ตกลงมา เพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยในการขับรถ

4. เว้นระยะห่างจากรถคันด้านหน้าประมาณ 10-15 เมตร เพราะเวลาฝนตกถนนหนทางมักจะเปียกลื่น จึงจำเป็นต้องใช้ระยะในการเบรคเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ถ้าหากเกิดกรณีฉุกเฉินจะได้หยุดรถได้ทันท่วงที

5. เปิดไฟต่ำตลอดทางการขับรถ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืนก็ตาม

6. หลีกเลี่ยงการขับรถลุยแอ่งน้ำ เพราะอาจทำให้รถยนต์เสียหลักได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องขับรถลุยแอ่งน้ำ ควรจะชะลอความเร็ว โดยห้ามเหยียบคันเร่งหรือเบรคเด็ดขาด

7. เมื่อฝนตกหนัก ‘ไม่ควร’ เปิดไฟฉุกเฉิน แต่ควรเปิดไฟตัดหมอกหน้า-หลังแทน เพื่อให้รถยนต์ที่สวนมามองเห็นรถของเรา แต่ถ้าตกหนักจนไม่สามารถเห็นทางด้านหน้าได้ชัดเจน ควรหาที่จอดรถตามสถานที่ๆ สามารถพักรถได้ จนกว่าฝนจะหยุดหรือซาลง แล้วค่อยขับรถไปต่อ

8. ขณะที่ขับรถลุยน้ำท่วมขัง ควรปิดระบบแอร์และใช้เกียร์ต่ำ เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไป ไม่เช่นนั้นน้ำอาจจะย้อนเข้าท่อไอเสียแล้วทำให้รถดับได้ หลังจากที่ผ่านจุดที่น้ำท่วมขังมาแล้ว ควรจะย้ำเบรคบ่อยๆ เพื่อรีดน้ำออกให้ผ้าเบรกแห้ง จะได้ป้องกันอาการเบรคลื่น แต่ถ้าจำเป็นต้องจอดรถเป็นเวลานานๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้เบรคมือ เพื่อป้องกันอาการเบรคติด

การขับรถในช่วงฝนตกเป็นช่วงเวลาที่ต้องอาศัยสติและความระมัดระวังในการขับขี่เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากถนนหนทางจะเปียกลื่นแล้ว ทัศนวิสัยในการมองเห็นยังลดลงอีกด้วย และเมื่อไหร่ที่ฝนตกหนักมากจนไม่สามารถขับต่อไปได้ ปั๊มน้ำมัน ปตท. ก็พร้อมจะเป็นอีกหนึ่งจุดพัก ซึ่งนอกจากจะได้จอดพักเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถทุกๆ คนแล้ว ปั๊ม ปตท. ยังมีร้านค้า และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไว้คอยให้บริการ รวมทั้งในเรื่องของรูปแบบองค์ประกอบต่างๆ ในปั๊ม ที่ได้ปรับปรุงให้พร้อมรองรับผู้ใช้บริการทุกเพศ ทุกวัยทุกสภาพร่างกาย ในรูปแบบ Friendly Design เพื่อให้ทุกพื้นที่ในปั๊มน้ำมัน ปตท. เต็มไปด้วยความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีปั๊มที่เข้ารูปแบบ Friendly Design แล้วกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ และกำลังเดินหน้าปรับปรุงให้เข้ารูปแบบ Friendly Design ให้ครบทุกแห่งในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้บริการได้อย่างครบครัน

ขอบคุณข้อมูล :
http://www.safedrivereducation.com/th/articles.php?n_id=9
http://auto.sanook.com/7357/
https://car.kapook.com/view64445.html
http://infographic.in.th/infographic/8-วิธีขับรถหน้าฝนให้ปลอด