พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! 14 วันนี้ชวนสร้างรอยยิ้มให้โลก

เพื่อหยุดการระบาดของ COVID-19 ทั่วโลกจึงประกาศการสู่สภาวะการรักษาระยะห่างทางสังคม หรือ Social Distance   ประเทศไทยของเราเองก็เริ่มเคลื่อนไหวในแล้วเช่นกัน ในการลดเสี่ยง เลี่ยงผู้คน ทำงานและใช้ชีวิตตัวในบ้าน แล้วแล้วในช่วงเวลาเหล่านี้เราจะทำอะไรเพื่อโลกได้บ้าง

 

1.ทำความสะอาดบ้าน แยกสิ่งของ

ไหนๆ ก็มีเวลาได้อยู่บ้านเป็นเรื่องเป็นราวทั้งที ถือโอกาสนี้รื้อบ้านออกมาจัดการเป็นสัดเป็นส่วน ของเก่าที่ไม่ได้ใช้ หรือที่ยังพอกลับมาใช้ได้ก็อาจนำไปบริจาคเพิ่มเติมให้ได้

 

2.แยกขยะ

เพราะชีวิตไม่ได้เร่งรีบเท่าไหร่ แถมสภาพแวดล้อมในบ้านก็ไม่ได้ยุ่งยากเลย ถือเป็นโอกาสดีที่จัดได้จัดการแยกขยะภายในบ้านอย่างจริงจัง และยังเป็นจังหวะดีที่จะชวนคนในบ้านทุกคนมาร่วมเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

 

3.รีไซเคิลด้วย D.I.Y

แยกได้ ก็ได้รีไซเคิล เพราะการแยกขยะจะทำให้เรามองเห็นว่าขยะแต่ละประเภท แต่ละชนิดจะสามารถไปต่อยอดทางไหนได้ แต่ไหนๆ จะรีไซเคิลทั้งที ช่วงนี้มีเวลาก็ลอง D.I.Y ขยะพวกนั้นให้ไม่ธรรมดาดีกว่า หรือใครอยากจะสร้างรายได้เพิ่มเติมก็ได้เหมือนกัน ทั้งสองทางนี้ล้วนได้ช่วยลดพลังงานในการเผาทำลายขยะทั้งนั้น

 


4.บริหารจัดการอาหาร

เนื่องจากในระยะกักตัว หลายๆ คนคงตุนอาหารเอาไว้เพื่อให้เพียงพอ แต่แค่ตุนอาจจะไม่พอถ้าจะให้ดีต้องรู้จักวิธีการถนอมอาหารทั้งอาหารแห้งและอาหารสดให้คงคุณภาพ ไม่เน่าเสีย หรือเสื่อมสภาพไปก่อน เพราะหากบริโภคไม่ทันก็จะกลายเป็นขยะอาหารที่สิ้นเปลืองทั้งทรัพยากรและทรัพย์สินด้วยนะ

 

5.ปลูกต้นไม้

การปลูกต้นไม้อาจจะเป็นงานใหญ่ของใครหลายๆ คน ที่จะต้องใช้เวลาทำให้ไม่มีโอกาสเท่าไหร่ ก็ใช้โอกาสนี้แหละในการเพิ่มทัศนียภาพรอบบ้าน เติมพื้นที่สีเขียวเล็กๆ น้อยๆ เป็นกิจกรรมยามว่าง ที่ทำให้คุณได้คลุกคลีธรรมชาติไปด้วย จะได้ไม่เฉาเกินไปที่ต้องอยู่แต่ในบ้าน

 


นี่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น จริงๆ แล้วเราสามารถใช้เวลาในช่วงกักตัวนี้ได้อีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อโลกได้ เพราะจริงๆ แล้วการหยุดเคลื่อนไหวในทั่วโลกนั้น กำลังลดมลภาวะและขยะที่เกิดขึ้นลงด้วย ถ้าเราหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้โดยไม่ต้องรอวิกฤต ใช้ช่วงเวลานี้ฝึกไว้ให้เป็นนิสัย ก็ไม่ต้องรอให้เกิดวิกฤตเพื่อสร้างโอกาสคืนรอยยิ้มให้โลก แต่เราสามารถรักษ์โลกได้ทุกวัน โครงการแยกแลกยิ้มขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนเรื่องนี้นะครับ