รู้จักหรือเปล่า ฮีโร่ลดโลกร้อนแห่งท้องทะเล

ภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นปัญหาที่ทั่วโลกตื่นตัว และนับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นมากจนเราไม่สามารถมองข้ามมันไปเฉยๆ ได้อีกต่อไป แต่รู้ไหม ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่พยายามช่วยกันรักษาโลกใบนี้ ธรรมชาติเองก็กำลังช่วยเหลือเราในวิกฤตครั้งนี้ด้วย

 

บนพื้นดินเรามีต้นไม้เป็นอาวุธที่ช่วยเรารับมือกับภาวะโลกร้อน เรื่องนั้นใครๆ ก็คงทราบ แต่ใต้ทะเลกว้างใหญ่ก็ไม่ได้นิ่งนอน เพราะพระเอกที่ช่วยเราลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 33 ตัน คือเจ้าวาฬ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมหาสมุทร  เพราะเมื่อวาฬตายร่างของมันจะจมลงสู่ทะเลลึกพร้อมคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในตัว สามารถช่วยลดโลกร้อนเท่ากับต้นไม้ 1,000 ตัน นอกจากวาฬจะมีความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ของเสียจากการขับถ่ายของพวกมันยังเป็นอาหารให้ไฟโทแพลงก์ตอนเจริญเติบโตได้ดีอีกด้วย ซึ่งเจ้าสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วเหล่านั้นก็ยังมีความสามารถในการดักจับก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ได้ถึงร้อยละ 40 จากที่ถูกผลิตมา เรียกว่าได้ผลสองต่อก็ยังได้เลยนะเนี่ย!

 

การอนุรักษ์วาฬคือหนึ่งในทางออกของปัญหาโลกร้อนที่ไม่ควรมองข้าม  แต่น่าเสียดายที่ฮีโร่ทางธรรมชาติของเรานี้อยู่ในสภาวะไม่สู้ดีนัก เนื่องจากจำนวนประชากรของวาฬที่เหลืออยู่ในมหาสมุทรทั่วโลกตอนนี้มีเหลืออยู่ที่ราวๆ 1.3 ล้านตัว ฟังดูอาจจะเยอะ แต่แท้จริงแล้วจำนวนของมันลดลงอย่างมากเมื่อเทียบจากในอดีต และมีสถิติลดลงมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุหลักคือการออกล่าและตกเป็นเหยื่อของมลพิษขยะพลาสติกในทะเล เหมือนที่เราเคยได้ยินข่าวกันอยู่แทบทุกเดือนมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นข่าวว่าพบขยะพลาสติกจำนวนกว่า 40 กิโลกรัมในท้องของซากวาฬ หรือเมื่อล่าสุดเลยพบวาฬหัวทุยยังโตไม่เต็มวัยเกยตื้น มีขยะเป็นอัดแน่นในท้องอวน ตาข่าย เชือก ถุงพลาสติก ราว 100 กิโลกรัม


เมื่อในธรรมชาติเองก็สร้างวงจรเพื่อช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนแล้ว ทางเดียวที่เราจะสามารถช่วยวาฬฮีโร่ของโลกได้จากนี้ คือ ช่วยกันลดความอันตรายที่เกิดในท้องทะเล  โดยเฉพาะภัยที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ทั้งการล่าและเรื่องสำคัญคือปัญหาขยะทะเลซึ่งเราทุกคนมีส่วนในการสร้างและแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยกันทั้งนั้น โครงการแยกแลกยิ้มสนับสนุนให้ทุกคนหันมาใส่ใจปัญหานี้มากขึ้น เพื่อเพื่อนร่วมและโลกที่ยั่งยืนของเราไปนานๆ นะครับ

 

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://becommon.co/world/whale-against-climate-change/

https://twitter.com/WWFThailand/status/1202852902496129024