200 ปีกับอุดมการณ์ของความช่วยเหลือที่ถูกส่งต่อในฐานะ “พยาบาล”

“ความช่วยเหลือ” คือสิ่งที่มนุษย์เราหยิบยื่นให้กันไม่ว่าจะต่างชาติพันธ์ ต่างสีผิว ศาสนา ยากจนหรือร่ำรวย และนั่นคือปณิธานของฟลอเรนซ์ไนติงเกิลที่ส่งต่อถึงมวลมนุษย์ชาติจนถึงตอนนี้ เธอผู้ให้กำเนิดวิชาชีพการพยาบาลแผนปัจจุบัน และกลายเป็นที่มาของวันพยาบาลสากลในวันที่ 12 พฤษภาคมของทุกปี

 

ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล เป็นหญิงชาวอังกฤษ เกิดที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 1820  ครอบครัวของเธอจัดเป็นชนชั้นสูงที่มีฐานะดี ทำให้เธอได้รับการศึกษาเป็นอย่างดี เธอมีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ แม้จะโดนปฎิเสธเพราะงานพยาบาลในยุคสมัยนั้นถูกมองว่าเป็นงานของชนชั้นแรงงาน และไม่ได้รับความนับถือจากคนในสังคมชั้นสูงนัก แต่แน่นอนเจตนารมณ์ของ ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล นั้นมุ่งมั่นมากกว่าจะยอมหยุด เธอเลือกจะทำงานเพื่อผู้ที่เจ็บป่วย และคอยหาโอกาสได้ไปเยี่ยมตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ก่อนเข้าศึกษาอบรมวิชาพยาบาลที่ประเทศเยอรมนีอย่างที่ตั้งใจ ก่อนเหตุการณ์ที่ทำให้เธอชื่นชมและเป็นรู้จักในชื่อ “The Lady with the Lamp” ซึ่งเกิดจากในปี 1857  ณ สงครามไครเมียขึ้น เมื่อเธออาสาไปช่วยดูแลรักษาทหารที่บาดเจ็บจากสงคราม เสียสละทรัพย์สินส่วนตัว เรี่ยไรจัดหาเครื่องเวชภัณฑ์ต่างๆ เพื่อช่วยเหลือทหาร เธอมักถือตะเกียงเล็กๆ คอยเดินตรวจอาการของเหล่าทหารกลางดึกอยู่เสมอ จนเป็นที่มาของชื่อหญิงสาวกับตะเกียงของเธอ

 

และในปีนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ 200 ปี ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้ก่อร่างพื้นฐานของการพยาบาลและสุขอนามัยโรงพยาบาล องค์การอนามัยโลกนิยามให้ปี 2563 เป็น “ปีแห่งพยาบาลและผดุงครรภ์” โดยพยาบาลจะเริ่มเข้าไปมีส่วนในภารกิจของแพทย์มากขึ้น อย่างๆ หลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกาซึ่งราว 2 ใน 3 รับผิดชอบโดยวิสัญญีพยาบาลซึ่งผ่านการรับรอง ด้านอังกฤษเองก็เริ่มมีพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้รับผิดชอบการผ่าตัดช่องท้อง ออร์โธปิดิกส์ และหัวใจ ส่วนแอฟริกานั้นพยาบาลกำลังได้รับการฝึกอบรมการผ่าคลอดฉุกเฉินซึ่งผลลัพธ์นั้นก็เทียบเคียงได้กับการทำคลอดโดยแพทย์ และด้วยก้าวเข้าไปมีบทบาทแทนแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ซึ่งเป็นการรักษาที่อาศัยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตซึ่งพยาบาลนั้นมีความถนัดและช่ำชอง ในฐานะผู้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วย อย่างที่ ไบรอัน ดอแลน นักวิชาการชาวอังกฤษกล่าวไว้ว่า “คนไข้มองแพทย์ด้วยความเคารพ แต่มองพยาบาลด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจ”

 


หาก ฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ได้มีโอกาสแวะมาใช้บริการโรงพยาบาลทุกวันนี้ เธอคงจะปลาบปลื้มกับความก้าวหน้าและการที่มวลมนุษย์ชาติต่างสานต่ออุดมการณ์ของมาตลอด 2 ศตวรรษนี้ รวมถึงในการพัฒนาในภายภาคหน้า เธอคงจะยิ้มรับอย่างยินดีแน่นอน ยิ่งในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ตอนนี้ บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนต่างเป็นหน้าด่านและฮีโร่ที่คอยให้ความช่วยเหลือทุกคนในทั่วทุกมุมโลก แล้วเราจับมือผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

 

อ้างอิงข้อมูลจาก 

https://www.hfocus.org/content/2020/01/18279

https://sites.google.com/site/florencenightingalebio/florence-nightingale-1